แต่งรถเพิ่ม...ประกันยังคุ้มครองไหม ?

115 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แต่งรถเพิ่ม...ประกันยังคุ้มครองไหม ?

   แต่งรถเพิ่ม...ประกันยังคุ้มครองไหม ?

การแต่งรถเป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชอบ ไม่ว่าจะเปลี่ยนล้อแม็ก ติดสเกิร์ต สปอยเลอร์ หรือเพิ่มเครื่องเสียงเพื่อความสวยงามและการใช้งาน อย่างไรก็ตาม ในมุมของประกันภัยรถยนต์ ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าอุปกรณ์ที่ตกแต่งเพิ่มนั้น “ได้รับความคุ้มครองหรือไม่” และหากเกิดความเสียหาย บริษัทประกันจะรับผิดชอบตามเงื่อนไขในกรมธรรม์มากน้อยเพียงใด


ประกันภัยรถยนต์ครอบคลุมอะไรบ้าง ?  

โดยทั่วไปแล้ว บริษัทประกันภัยจะคุ้มครองรถยนต์ตามมาตรฐานจากโรงงาน เช่น

   โครงสร้างรถยนต์มาตรฐานจากโรงงาน

   อุปกรณ์แต่งรถที่ติดตั้งมาพร้อมจากโรงงาน หรือจากศูนย์จำหน่ายเท่านั้น เช่น ระบบแอร์ วิทยุ ล้อเดิมจากโรงงาน และอุปกรณ์พื้นฐานอื่น ๆ
  ในกรณีที่เจ้าของรถมีการแต่งรถเพิ่มเติมนอกเหนือจากมาตรฐานโรงงาน บริษัทประกันภัยบางแห่งอาจขยายความคุ้มครองให้ โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการคุ้มครองอุปกรณ์แต่งรถ

 เงื่อนไขของบริษัทประกันภัยเกี่ยวกับรถแต่ง
        แต่ละบริษัทประกันภัยมีเงื่อนไขความคุ้มครองรถแต่งแตกต่างกัน บางบริษัทประกันภัยอาจขยายความคุ้มครองให้วงเงินเพิ่มเติมสำหรับอุปกรณ์แต่งรถ แต่บางแห่งอาจไม่รับทำประกันภัยรถยนต์เลย ดังนั้นก่อนทำประกันภัยรถยนต์ควรสอบถามและตรวจสอบเงื่อนไขอย่างละเอียด โดยการพิจารณาความคุ้มครองสำหรับอุปกรณ์แต่งรถ

จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน ดังต่อไปนี้

 1. กรณีที่ประกันภัยรถยนต์ “ไม่คุ้มครอง” อุปกรณ์แต่งรถ
         ในบางกรณี แม้คุณจะแจ้งความประสงค์ขอซื้อความคุ้มครองอุปกรณ์แต่งรถเพิ่มเติมแล้ว บริษัทประกันภัยก็อาจปฏิเสธที่จะให้ความคุ้มครองสำหรับอุปกรณ์แต่งรถบางประเภท ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น

   อุปกรณ์แต่งรถที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ชัดเจน เช่น การติดสติ๊กเกอร์, การเคลือบแก้ว, การทำสีพิเศษ หรือการ wrap สีรถยนต์

    อุปกรณ์แต่งรถที่ส่งผลต่อโครงสร้างหรือความปลอดภัยของรถ เช่น การดัดแปลงเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มความเร็ว ซึ่งอาจขัดต่อมาตรฐานความปลอดภัย

   อุปกรณ์แต่งรถที่หายากหรือมีราคาสูงมากจนเกินวงเงินคุ้มครองมาตรฐาน  เช่น ล้อแม็กหรือเครื่องเสียงที่มีราคาแพงมาก จนทำให้บริษัทประกันภัยไม่สามารถหาอะไหล่มาซ่อมแซมหรือประเมินค่าเสียหายได้

          ก่อนที่จะตัดสินใจแต่งรถหรือก่อนทำประกันภัยรถยนต์ จึงควรสอบถามรายละเอียดกับบริษัทประกันภัยอย่างชัดเจน และตรวจสอบเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ให้ถี่ถ้วน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต

 2. กรณีที่ประกันภัยรถยนต์ “คุ้มครอง” อุปกรณ์แต่งรถ
        หากเจ้าของรถต้องการให้ประกันภัยรถยนต์ครอบคลุมอุปกรณ์แต่งรถ บริษัทประกันภัยบางแห่งสามารถเสนอทางเลือกการขยายความคุ้มครองสำหรับอุปกรณ์แต่งรถเพิ่มเติมได้ โดยมีเงื่อนไขการจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์เพิ่ม ขั้นตอนนี้บริษัทประกันภัยจะประเมินมูลค่าของอุปกรณ์ที่คุณติดตั้ง และคำนวณค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์เพิ่มเติม  โดยคุณมีหน้าที่จัดเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม และต้องยื่นเอกสารเพื่อประกอบการขอขยายความคุ้มครองอุปกรณ์แต่งรถ ได้แก่

    หลักฐานการติดตั้งอะไหล่แต่งรถ

   ใบเสร็จค่าอุปกรณ์แต่งรถต่าง ๆ

   ภาพถ่ายอุปกรณ์ที่ติดเพิ่มขึ้นมา (กรณีไม่ได้มีการตรวจสภาพรถ หรือตกแต่งเพิ่มหลังจากทำประกันภัยรถยนต์)

   ถ้าไม่แจ้งการแต่งรถกับบริษัทประกันภัยจะเกิดอะไรขึ้น ?
              คุณจำเป็นต้องแจ้งบริษัทประกันภัยเมื่อแต่งรถ เพราะหากไม่แจ้งบริษัทประกันภัยให้ทราบ อาจเข้าข่ายผู้เอาประกันภัยละเลยไม่เปิดเผยความจริง ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทประกันภัยสามารถบอกเลิกสัญญาหรือปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชยความเสียหายได้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพบว่าการดัดแปลงรถยนต์นั้นส่งผลต่อประสิทธิภาพของรถที่มีผลต่อความปลอดภัยหรือความเสี่ยงในการขับขี่

    วิธีเลือกประกันภัยรถยนต์ให้ครอบคลุมอุปกรณ์แต่งรถ

         การเลือกประกันภัยให้คุ้มครองอุปกรณ์แต่งรถไม่ได้เป็นเรื่องยากเกินไป หากคุณทราบข้อกำหนดและเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันภัยอย่างละเอียด นี่คือขั้นตอนการเลือกประกันภัยรถยนต์ให้ครอบคลุมอุปกรณ์แต่งรถที่คุณสามารถทำได้

    ตรวจสอบเงื่อนไขความคุ้มครอง ของแต่ละบริษัทประกันภัยว่ามีการขยายความคุ้มครองอุปกรณ์แต่งรถหรือไม่

  สอบถามข้อมูลความคุ้มครองเพิ่มเติม กับบริษัทประกันภัยและค่าเบี้ยประกันภัยที่ต้องจ่ายเพิ่มสำหรับการขยายความคุ้มครองเพิ่มเติม

   ตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้ เช่น ใบเสร็จค่าอุปกรณ์แต่งรถ รูปถ่าย หรือเอกสารแสดงหลักฐานการติดตั้งอะไหล่แต่งรถ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนทำประกันภัยรถยนต์

สรุป
         ก่อนที่จะทำการแต่งรถควรทำความเข้าใจหรือสอบถามนายหน้าประกันภัยเกี่ยวกับความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์ให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ในอนาคต เนื่องจากบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่จะคุ้มครองเฉพาะอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาจากโรงงาน หากมีการตกแต่งเพิ่มเติมบางประเภทอาจไม่ได้รับความคุ้มครอง หรือมีเงื่อนไขในการขยายความคุ้มครองได้ และหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น บริษัทประกันภัยก็จะรับผิดชอบเฉพาะตามเงื่อนไขความคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์เท่านั้น

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม     
โทรหาศูนย์บริการลูกค้า ธีร์ ทำดีแคร์ 0961929698

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้